จัด 5 อันดับ นักเตะฝีมือดี

จัด 5 อันดับ นักเตะฝีมือดี ฟุตบอลถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ลิงค์รับทรัพย์ เป็นกีฬาที่เรียบง่าย แต่ตื่นเต้นเร้าใจ มานานหลายปี เกิดมาจากลีลาที่พลิ้วไหว ของเหล่านักเตะ

จึงทำให้ความนิยมของกีฬาฟุตบอลส่งผลต่อความนิยม ชื่นชอบเป็นอย่างมาก ซึ่งในปี 2013 นับว่าเป็นปีที่ต้องจดจำของบรรดาแฟนฟุตบอลหลาย ๆ คน เมื่อเหล่า ซูเปอร์สตาร์ต่างพากันแขวนสตั๊ด ด้วยวัยที่ร่วงโรยตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็น เดวิด เบ็คแฮม พอล สโคลส์ เจมี่  คาร์ราเกอร์

รวมไปถึงยอดกุนซือแห่งปิศาจแดงอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งชื่อทั้งหมดนั้น เป็นที่จดจำของแฟนบอลมากมายในฐานะผู้สร้างสีสันให้กับวงการลูกหนัง และส่งต่อแรงบันดาลใจไปสู่คนรุ่นใหม่ให้เจริญรอยตามต่อไปนั่นเอง

จัด 5 อันดับ นักเตะฝีมือดี

1. นักเตะ เปเล่ 


          แฟนบอลไม่มีใครคงไม่รู้จัก เปเล่ ยอดนักฟุตบอลชาวบราซิลเบอร์ 10  เปเล่ นั้นมีชื่อจริงว่า เอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู ( Edson Arantes Do Nascimento ) เขามีฉายาที่ยิ่งใหญ่อย่าง O Rei ที่แปลว่า ราชาแห่งฟุตบอล และไข่มุกดำ แห่งทีมชาติบราซิล
เปเล่ นั้นเริ่มต้นเข้าสู่วงการฟุตบอลจริงจังเมื่ออายุ 11 ปี โดยอยู่ทีมฟุตบอลสมัครเล่น เมื่ออายุ 15 ปี จึงได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของซานโตส เอฟซียอดสโมสรในบราซิล และเมื่ออายุ 17 ปี เปเล่ ก็ติดทีมชาติและเข้าแข่งขันฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกในปี 1958 

โดยหลังจากนั้นเขาก็พาบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอีก 3 ครั้ง ยิงประตูทั้งหมดกว่า 1,282 ลูก จากการลงเล่น 1,363 นัด พร้อมทั้งทำแฮตทริกมากที่สุดในโลกถึง 92 ครั้ง และเป็นผู้เล่นที่มีลีลาพลิ้วไหวจนกลายเป็นภาพที่ติดตาแฟนบอลไปตลอดกาล

ถึงแม้ตอนนี้พวกเราจะทำได้เพียงกลับไปดูภาพในอดีต แต่ปัจจุบันเขาก็ยังทำงานการกุศลเกี่ยวกับฟุตบอลอีกมากมายเลย ไข่มุกดำคนนี้จึงถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวงการฟุตบอลในรอบร้อยปีเลยทีเดียวเชียว

 2. นักเตะ ดิเอโก้ มาราโดน่า


          เสือเตี้ยผู้ยิ่งใหญ่ชาวอาร์เจนตินา ผู้ที่มีลีลาการเล่นฟุตบอลด้วยเท้าซ้าย อันยอดเยี่ยม และลีลาที่กวนประสาท ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการนำทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วในปี 1986 มาราโดน่า เริ่มต้นวงการฟุตบอลอาชีพเมื่ออายุ 15 ปี และเข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่ออายุ 17 แต่ยังไม่ได้แชมป์ในทันทีในปี 1982 หลังจากนั้น มาราโดน่าก็ย้ายจากสโมสรโบคา จูเนียร์ สู่ บาร์เซโลนา ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสูงสุด ในตอนนั้นจำนวน 5 ล้านปอนด์ อีกทั้งยังสามารถพาทีมคว้าแชมป์ต่าง ๆ มากมาย ก่อนจะย้ายไปสโมสรนาโปลี ด้วยค่าตัวที่สร้างสถิติใหม่อีกครั้งที่ 6.7 ล้านปอนด์ หลังจากนั้น มาราโดน่าก็เริ่มมีปัญหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเกิดความเครียด จนต้องออกจากสโมสรไป ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ที่โบคา จูเนียร์ สำหรับผลงานกับทีมชาตินั้น ก็ยิ่งใหญ่พอกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือ ตอนฟุตบอลโลกปี 1986 ที่มาราโดน่า เป็นกัปตันทีม เขานั้นพาลูกทีมไปถึงรอบสุดท้ายและทำประตูแรกด้วยมือในแมทช์ที่ปะทะกับทีมชาติอังกฤษ จนเป็นที่มาของฉายา “ Hand of God ” และยังเป็นผู้นำชัยชนะลูกที่ 2 ด้วยตัวเอง จากการครองบอลกว่าครึ่งสนาม ก่อนจะหลอกผู้รักษาประตูจนหัวทิ่ม โดยผลงานชิ้นนี้ถูกเลือกให้เป็นการปิดสกอร์ที่ดีที่สุดในโลกเมื่อปี 2002 มาราโดน่า ลาวงการด้วยปัญหายาเสพติด ในปลายยุค 90 การใช้ชีวิตแบบร็อคสตาร์มากกว่านักกีฬาไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเท่าไรนัก แต่ด้วยเป็นนักเตะ ที่มีฝีเท้าเยี่ยมและรางวัลการันตีมากมาย ฟีฟ่าจึงเลือกให้เป็นผู้เล่นแห่งศตวรรษที่ 20 เคียงคู่กับราชาลูกหนังอย่าง เปเล่ ปัจจุบัน มาราโดน่า ยังคงทำงานในวงการฟุตบอลในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งล่าสุดคือสโมสร อัล วาสล์ ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต นั่นเอง

3. นักเตะ ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์

ยอดนักฟุตบอลชาวเยอรมันผู้ได้รับฉายาว่า “ จักรพรรดิ ” ด้วยลีลาการเล่นฟุตบอลที่เป็นพื้นฐานให้นักฟุตบอลรุ่นใหม่ได้จดจำ เบ็คเคนบาวเออร์ เป็นนักฟุตบอลที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง แต่เป็นที่จดจำในตำแหน่งสวีปเปอร์ หรือตัวตัดเกม และสามารถนำพาทีมชาติเยอรมันตะวันตก เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกทั้งในฐานะกัปตันทีม เมื่อปี 1974 และในฐานะผู้จัดการทีมเมื่อปี 1990 และได้ถ้วยสโมสรยุโรปถึง 3 ครั้งกับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งยังไม่มีใครทำได้จนถึงปัจจุบัน
ในปี 1999 มีการเลือกนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในศตวรรษ นั่นคือเบ็คเคนบาวเออร์ ได้อันดับ 3 ไปครองเป็นรองแค่ เปเล่ และ โยฮัน ครัฟ ในทั้งนี้ ปัจจุบันเขาทำงานเป็นกูรู ในวงการฟุตบอลประจำรายการโทรทัศน์ที่เยอรมัน เป็นบรรณาธิการเขียนคอลัมน์ฟุตบอล และยังเป็นผู้ที่มีส่วนผลักดันให้ประเทศเยอรมันนั้น เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2006 อีกด้วย

4. นักเตะ เลโอเนล เมสซี่

 
          เมสซี่ นั้นถือเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกที่ปัจจุบันยังคงอยู่ในสนามฟุตบอล โดยความสำเร็จของเมสซี่ นั้นถ้าเทียบได้กับเปเล่และมาราโดน่าในยุคนั้นเลย ด้วยถ้วยรางวัลมากมายในระดับสโมสร และระดับทวีป เหลือก็แต่เพียงฟุตบอลโลกเท่านััน
หนทางชีวิตนักฟุตบอลของเมสซีนั้น ถือเป็นระดับฟ้าประทานเลยทีเดียว เขาเติบโตและฝึกหัดฟุตบอลในอาร์เจนตินา แต่ด้วยความผิดปกติทางร่างกาย ทำให้เขาสูงเพียง 140 ซม. ขณะอายุ 13 ปี ซึ่งแพทย์แนะนำให้ฉีดฮอร์โมน เพื่อเร่งการเจริญเติบโต แต่กลับต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูงถึงเดือนละ 30,000 บาท ทำให้พ่อของเขาถึงกับต้องถอดใจ แต่ท้ายที่สุดโชคก็เข้าข้าง เมื่อสโมสรบาร์เซโลนา เห็นแววของเด็กคนนี้ จึงขอให้รับการฝึกฝนกับทางสโมสร และพร้อมจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้

ซึ่งผลการรักษาทำให้เขาสูงขึ้นเป็น 170 ซม.
สโมสรบาร์เซโลนา ได้สร้างสุดยอดนักฟุตบอลของโลกขึ้นมาอีกคนหนึ่ง โดยเมสซี่เป็นได้ทั้งจอมพิฆาตประตู เพลย์เมคเกอร์เปิดเกมรุก รวมทั้งเป็นจอมตัดเกมในยามจำเป็น  แถมสามารถทำเกมอย่างรวดเร็วได้ด้วยตัวเอง แต่จุดด้อยของเขาคือการเล่นลูกโด่ง

ซึ่งเป็นข้อจำกัดในเรื่องของส่วนสูงของเขานั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเมสซี่ยิงให้บาเซโลนาแล้วกว่า 200 ประตู คว้าแชมป์สโมสรยุโรปไปถึง 3 ครั้ง แชมป์ลาลีกา 5 ครั้ง ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลงดอร์ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ตรงข้ามกับผลงานทีมชาติที่ทำได้เพียง 19 ประตูจากการลงเล่น 66 นัด และยังไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ ในนามทีมชาติได้เลย ซึ่งเราคงต้องติดตามผลงานของเขากันต่อไป

5. นักเตะ โยฮัน ครัฟฟ์ 


          โยฮัน ครัฟฟ์ ยอดนักเตะแห่งทีมอัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ ซึ่งผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีลีลาการเล่นสง่างามที่สุดจนได้ฉายาว่า ” นักเตะเทวดา ” ครัฟฟ์เกิดในเมืองอัมสเตอร์ดัม โดยบ้านเกิดของเขาอยู่ห่างจากสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่าง อาแจ็กซ์ เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งพ่อแม่ของเขาต่างก็ทำงานในสโมสรฟุตบอลแห่งนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ ครัฟฟ์ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี กับสโมสรอาแจ็กซ์ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นสโมสร แนวอาชีพอยู่ จนกระทั่ง 2 ปีต่อมาอาแจ็กซ์ กลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก และด้วยลีลาการเล่นที่รวดเร็วของเขา และยังสร้างสรรค์ ที่เรียกกันว่า “ Total Football ” ของเขาอีกด้วย ทำให้ครัฟฟ์เป็นหัวใจหลักของทีมได้เสมอมา จนหลาย ๆ ครั้งที่การเล่นของเขานำชัยชนะมาให้กับทางอาแจ็กซ์ และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้หลายครั้งหลายคราเลยทีเดยว

และ ผลงานในสนามของโยฮัน ครัฟฟ์ เอง ก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแฟนบอลทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด โดยเขานำอาแจ็กซ์ คว้าชัยด้วยผลงานการทำประตู 25 ลูก ใน 23 นัด คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมตั้งแต่อายุ 18 ปี หลังจากนั้นเขาก็พาสโมสรคว้าแชมป์ยุโรป และพาทีมชาติ คว้าแชมป์ยุโรปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ครัฟฟ์ไม่เคยพาอัศวินสีส้มสัมผัสกับความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลกได้เลยสักครั้งเดียว โดยครั้งที่ใกล้เคียงที่สุดก็ทำได้เพียงแค่เข้าชิงกับทีมชาติเยอรมันตะวันตก ซึ่งต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดายที่สกอร์ 2-1
และหลังจากบอกลาการวงการฟุตบอลในสนาม โยฮัน ครัฟฟ์ ก็ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม เคยบริหารทีมชั้นนำอย่าง อาแจ็กซ์ และบาร์เซโลนา ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมดูแล คาตาโลเนีย สโมสรฟุตบอลในสเปนอีกด้วย

สรุปบทความ ยอดนักฟุตบอลเหล่านี้ ต่างได้สร้างประวัติศาสตร์ ของตัวเองไว้อย่างน่าชื่นชม ด้วยการผ่านอุปสรรคมากมาย ทุ่มเทฝึกฝน เพียรพยายาม จนประสบความสำเร็จในอาชีพของตนได้อย่างดี และเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับคนทั้งโลก เราจะจดจำนักฟุตบอลทั้งหลายเหล่านี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป

อ่านบทความเพิ่มได้ที่นี่

มาดูนักเตะค่าตัวแพงในอดีต จนถึงปัจจุบัน