ในเกมการแข่งขันฟุตบอล ทำไมต้อง 90 นาที

ในเกมการแข่งขันฟุตบอล ทำไมต้อง 90 นาที วันนี้เราได้หาคำตอบมาให้แล้ว สำหรับใครที่มีความสงสัยว่า ฟุตบอลทำไมต้องเตะ 90 นาทีด้วย แทงบอลโลก 2022 ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องนี้ ก็ต้องย้อนไปในยุคที่พึ่งเริ่ม จะมีการเล่นกีฬาฟุตบอลกันใหม่ ๆ เมื่อปี ค.ศ.1866 ที่ประเทศอังกฤษ

ซึ่งสมัยนั้นกีฬาฟุตบอล ยังเป็นเรื่องใหม่ และยังไม่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งการเตะฟุตบอลในสมัยนั้น เป็นการเตะบอล เพื่อออกกำลังกาย และความสนุกสนานเพียงเท่านั้น ที่ต่างคนต่างมาที่สนาม แล้วก็แบ่งข้าง เพื่อให้มีจำนวนคนเท่ากัน ก็สามารถเตะฟุตบอลได้แล้ว ใส่เสื้อคนละสี กางเกงคนละแบบ

ในเกมการแข่งขันฟุตบอล ทำไมต้อง 90 นาที

จนกระทั่ง ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอล ขึ้นระหว่างเมืองลอนดอน กับเมืองเชฟฟิลด์ ซึ่งนั่นเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอล อย่างเป็นทางการในครั้งแรก และการแข่งขันครั้งนี้ ได้มีการนัดหมายกันมาเป็นอย่างดี และมีการกำหนดตัวผู้เล่น จัดทำเสื้อทีม และมีการบัญญัติกฎเอาไว้ ใช้ในการแข่งขันฟุตบอล ร่วมกันขึ้นอีก เรียกว่า กฎเชฟฟิลด์ เพื่อให้การแข่งขันนั้น เป็นไปอย่างยุติธรรม

ซึ่งหนึ่งในกฎที่ถูกบรรจุ ลงไปในการแข่งขันครั้งนั้นก็คือ การแข่งขันในแมตช์นี้ จะใช้เวลาในการแข่งขันที่ 90 นาที

ซึ่งทั้งสองทีม ได้มีการเจรจากันจนได้ ข้อตกลงว่าในการแข่งขันฟุตบอลใน 1 แมตช์ นั้นจะใช้เวลาในการแข่งขันที่ 90 นาที แต่ข้อตกลงนี้มีเหตุผลอะไร และทำไมฟุตบอลต้องเตะ 90 นาที ทำไมไม่เล่นกัน 1 ชั่วโมง จะได้ดูนาฬิกาแบบง่าย ๆ ซึ่งคำตอบที่เราได้รับมา จากสื่อใหญ่อย่าง เดลี่เมล และเดอะซัน ยังเคยได้ตอบว่า ( ก็เพราะทำตามกันมาตั้งแต่นานนม )

ซึ่งมันน่าเสียดายที่มีเหตุผลมารองรับเพียงเท่านี้ แต่ก็ได้มีการวิเคราะห์ และเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตมา ที่สามารถทำให้คุณเข้าใจคำตอบนี้ได้

วิเคราะห์อดีต ฟุตบอล ทำไมต้องเตะ 90 นาที

ย้อนกลับไป เมื่อประมาณสัก 150 ปี ฟุตบอลในยุคแรกเริ่มนั้น มันเป็นยังไง สมัยนั้นการเตะฟุตบอล นั้นยังไม่มีกฎที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก เหมือนทุกวันนี้ มีแค่เตะบอลให้เข้าโกลของอีกฝ่าย ให้ได้มากกว่าก็ชนะแค่นั้น และจะทำยังไงเพื่อให้การแข่งขัน เกิดความยุติธรรมมากที่สุด

เมื่อคนที่อยู่กันคนละเมือง ก็ต่างฝ่ายต่างก็มีกฎ และวิธีการเล่นที่เป็นของตัวเอง เช่นเรื่องของเวลาในการแข่งขัน ซึ่งทีมจากเมืองลอนดอน และทีมจากเมืองเชฟฟิลด์ ต่างก็ใช้เวลาในการแข่งขันไม่เท่ากัน

แต่เดิมทีการแข่งขันฟุตบอลในสมัยนั้น พวกเขาจะเล่นกันแบบเต็มเกม คือยาว 2 ชม. หรือถ้า 2 ชม. แล้ว ก็ยังไม่ได้ผู้ชนะ ก็จะเตะต่อ จนกว่าจะมีใครยิงประตูได้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะไปเลย เพียงแต่การหาผู้ชนะในบางครั้ง มันก็ไม่ง่าย ถ้าเล่นไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยิงประตูได้จะทำยังไงต่อ

ซึ่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นั้นเชื่อว่าการเล่นฟุตบอลแบบยาว จะทำให้เกมจืดชืด เพราะว่านักกีฬาจะหมดแรง ก่อนยิงประตูกันได้ เลยคิดว่าควรจะแบ่งเวลา ในการแข่งขันออกเป็น 2 ช่วงเวลา นั่นคือครึ่งแรก และครึ่งหลัง โดยใช้เวลาในการแข่งขันครึ่งแรก 1 ชม. ครึ่งหลังอีก 1 ชม. และให้มีผู้เล่นฝั่งละ 20 คน ในขณะที่การพักครึ่งนั้น ยังไม่มีเวลากำหนดตายตัว ว่าต้องพักกี่นาที แม้ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผล แต่จะเห็นได้ว่า 40 คนในสนาม เล่นเกมละ 2 ชม. ซึ่งไม่รวมช่วงพักเหนื่อย ก็น่าจะวุ่นวาย และจัดการยากพอสมควรนั่นเอง

เมืองเชฟฟิลด์จึงบัญญัติกฎใหม่ ออกมาคือให้เล่นกัน 2 ชม เหมือนเดิม แต่ให้ลดเวลาจากครึ่งละ 1 ชั่วโมง ให้เป็นครึ่งละ 45 นาทีแทน รวม 2 ครึ่งเป็น 90 นาที อีก 15 นาทีนั้น เป็นช่วงของการพักครึ่ง โดยได้แรงบันดาลใจมากจาก การพักครึ่งของกีฬารักบี้นั่นเอง ที่ใช้เวลาพัก 15 นาทีเช่นกัน เมื่อนำเวลาทั้งหมดมารวมกัน จะได้ 105 นาที ส่วนอีก 15 นาทีนั้น จะให้เป็นหน้าที่ของกรรมการ ในส่วนของการพิจารณาการทดเวลาบาดเจ็บนั่นเอง

บทสรุป ฟุตบอลทำไมต้องเตะ 90 นาที

การบัญญัติกฎในครั้งนี้ นั้นเป็นอะไรที่ลงตัวมาก เพราะหลังจากที่มีการบัญญัติกฎใหม่ขึ้นนั้น แม้จะไม่มีการบังคับให้ใช้กฎนี้ แต่ในการแข่งขันฟุตบอล ในหลายเมืองของประเทศอังกฤษ ก็เริ่มอิงตามกฎเชฟฟิลด์มามากแล้ว เมื่อเริ่มมีหลายเมือง ใช้กฎนี้มากขึ้น ในปี ค.ศ.1897 ก็ได้มีการบันทึก อย่างเป็นทางการ ว่าฟุตบอลจะต้องแข่งขันกัน โดยใช้เวลา 90 นาที หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทีมฟุตบอลทีมใด ที่ต้องการลงการแข่งขัน ภายใต้การจัดการแข่งขันของเอฟเอ ก็ต้องใช้กฎเวลาในการแข่งขัน 90 นาที นี้อย่างเป็นทางการ จนมาถึงในปัจจุบันนี้นั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่

นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก